คำฉันท์มหาชาติ เข้าใจว่าเห็นจะมีทั้ง ๑๓ กัณฑ์ แต่ที่ในหอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนครรวบรวมได้ไว้ยังไม่ครบ สังเกตดูฉบับที่ได้ไว้ สำนวนแต่งดูเหมือนจะแต่งในรัชกาลที่ ๒ ละรัชกาลที่ ๓ กรุงรัตนโกสินทร์นี้ เป็นสำนวนที่แต่งดีทุกกัณฑ์ แต่หาทราบชื่อผู้แต่งได้หมดไม่ ที่ทราบได้บางกัณฑ์เป็นสำนวนเจ้านายผู้หญิงทรงพระนิพนธ์ก็มี ดังเช่นคำฉันท์กัณฑ์กุมาร ซึ่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้านารีรัตนา ทรงพิมพ์ประทานตอบแทนผู้ถวายรดน้ำสงกรานต์เมื่อ พ.ศ ๒๔๖๖ More...
|
เมื่อเริ่มเขียนบทความชุด “คำฉันท์” วางแผนงานไว้ว่า จะเขียนแนะนำวรรณคดีคำฉันท์ไล่เรียงมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาจนมาถึงกรุงรัตนโกสินทร์ เขียนไปเรื่อย ๆ ให้เห็นพัฒนาการของฉันทลักษณ์ฉันท์ และจะสอดแทรกเกร็ดความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมในสังคมยุคนั้น ๆ ที่ข้าพเจ้ามีข้อมูลใหม่ ๆ แปลก ๆ เอาไว้ด้วย เป็นต้นว่า นำเอาฉากบรรยายการคล้องช้างในวรรณคดีลาว(อีสาน)มาเล่าเสริมเรื่องการคล้องช้างใน “สมุทรโฆษคำฉันท์” ไว้ด้วย More...
|
ขอเล่าถึงวรรณคดีอีสาน เรื่อง “นางแตงอ่อน” สักหน่อยหนึ่ง แม้ว่าฉันทลักษณ์เรื่องนี้จะเป็นโคลงลาว เหตุที่จำเป็นต้องกล่าวถึง เพราะวรรณคดีอีสานเรื่องนี้มีฉาก “การคล้องช้างเผือก” ด้วยบ่วงบาศเชือกปะกำ วรรณคดีภาคกลางที่บรรยายฉากการคล้องช้างไว้ละเอียดที่สุดคือเรื่อง “สมุทรโฆษคำฉันท์” เหตุที่กวีประพันธ์ฉากนี้ไว้ละเอียด น่าจะเนื่องจากพระราชนิยมของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงโปรดการคล้องช้างมาก ข้าพเจ้าเคยเขียนเล่าไว้ในคอลัมน์นี้ถึงห้าหกตอน More...
|
“อนิรุทธคำฉันท์” มีคำฉันท์มากประเภทกว่าเรื่อง “เสือโคคำฉันท์” และสำนวนก็ไพเราะกว่าด้วย ฉากบรรยายป่า ล่าสัตว์ ฉากอุ้มสม ฉากวาดรูป จนถึงฉากพระเจ้ากรุงพาณออกรบจับพระอนิรุทธมัดประจานไว้หน้าพระลาน มีฉันท์ไพเราะหลายบท แต่ขอข้ามไป จะยกตัวอย่าง “สัททุลวิกกีฬิตฉันท์ 19” ตอนที่นางอุษารำพัน ขอให้สังเกตว่า คำส่งสัมผัสนั้นไม่จำเป็นต้องสัมผัสคำท้ายวรรค More...
|
วรรณคดีประเภทฉันท์ที่อ่าน “มัน” มาก ตามความชอบส่วนตัวของข้าพเจ้าคือเรื่อง “อนิรุทธคำฉันท์” เพราะมีเรื่อง “เทพ” รบกันเอง พระกฤษณะ ซึ่งคือพระนารายณ์อวตารมาอยู่เมืองมนุษย์ รบกับพาณาสูรราชซึ่งเป็นยักษ์ แต่พระอิศวรดันมาช่วยพาณาสูรราช รบกับมนุษย์ (พระกฤษณะ) แล้วยังเอาชนะพระกฤษณะ(มนุษย์)ไม่ได้ หมดทางเข้าก็จะใช้ “ตาที่สาม” More...
|
|
|